ads

รับเหมาก่อสร้าง-ต่อเติม-ซ่อมแซม บ้าน อาคารโรงงาน-งานปูพื้น-งานตกแต่งภายใน-งานฝ้าเพดาน-งานผนังกั้นห้อง-ระบบงานไฟฟ้า-งานขุดเจาะงาน ปรับปรุงบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่ ต่อเติมอาคารร้านอาหาร,ร้านค้า, ต่อเติมบ้าน, อาคาร, ต่อครัว, ต่อโรงรถ, งานพื้น, งานผนัง, งานฝา, ทาสีอาคาร, ปูกระเบื้อง, งานเหล็ก, ทำรั้ว,กำแพง, โครงหลังคา, ซ่อมหลังคา ระเบียง ผนังรั่ว ซ่อมแซม นึกถึง ทีมงาน เฮียเล็ก ติดต่อ 0930622532

Slider[Style1]

Style2

Style3[OneLeft]

Style3[OneRight]

Style4

Style5

ปลูกกล้วยน้ำว้าขายพร้อมวิธีปลูก

#วิธีปลูกกล้วยน้ำว้า
1.ทำการเลือกต้นพันธุ์
2.ทำการเตรียมดิน โดยการไถดะด้วยผานสามตากดินประมาณหนึ่งเดือน และไถแปรด้วยผานห้าอีกทีตากดินทิ้งไว้ประมาณหนึ่งเดือน

เสื้อยืดเป็นเครื่องแต่งตัวธรรมดาๆ


เสื้อยืดเป็นเครื่องแต่งตัวธรรมดาๆ ที่มีให้เห็นกันอยู่ทั่วไป หากไม่นับเสื้อยืดที่เป็นแบรนด์ชั้นนำ เสื้อยืดที่วางขายตามตลาดทั่วไปดูเป็นแค่ของธรรมดาพื้นๆ ไม่น่าสนใจตรงไหน อะไรที่ทำให้เสื้อผ้าพื้นๆ พวกนี้เกิดความโดดเด่น ? คำตอบสั้นๆ ก็คือ ลวดลายบนเสื้อยืด ! และนี่ก็สามารถสร้าง งานออนไลน์ ได้เช่นกัน


เมื่อหลายเดือนก่อนน้องในที่ทำงานเก่าของผมโทรมาเพื่อขอคำปรึกษา ว่าจะหางานอะไรทำดี เพราะรายจ่ายมันเยอะขึ้นทุกวันแต่เงินเดือนพนักงานมันก็งั้นๆ ตามค่าครองชีพไม่ไหว หลัวจากคุยกันไปได้สักพัก เรื่องมันมาลงตัวที่การออกแบบตัวการ์ตูนซึ่งอดีตนักศึกษานิเทศฯ อย่างเธอมีความถนัดและมีใจรักเป็นพิเศษ ในที่สุดเรื่องก็มาสรุปลงตรงที่เป้าหมายของน้องคนนี้ เธอตัดสินใจจะสร้างแบรนด์เสื้อยืดสำหรับวัยรุ่น เน้นกลุ่มคนที่ยังไม่ค่อยมีรายได้มากนักแต่ชอบความหวือหวา นั่นหมายถึงต้องเป็นสินค้าราคาไม่แพงแต่มีความโดดเด่น จนน่าหยิบมาสวมใส่


โจทย์ยากสักนิดเพราะมันมีความขัดแย้งกันในมิติของความคิด สิ่งที่ดึงดูดสะดุดตาวัยรุ่นคือของแบรนด์เนม แต่สิ่งที่พวกเขาควรจับต้องใช้งานควรเป็นของโนเนมสักหน่อย เรื่องจึงมาสรุปเอาได้ตรงที่การใช้ของธรรมดาพื้นๆ มาเพิ่มสิ่งน่าดึงดูดให้เกิดความน่าสนใจนั่นคือ การนำเอาเสื้อยืดธรรมดามาสร้างลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์


แต่มันยังไม่สามารถก้าวต่อไปอย่างหนักแน่นได้เพราะมาติดที่เรื่องทุน ! ปัญหาระดับคลาสสิค ที่ทำให้ธุรกิจมากมายล้มตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม แต่... วงสนทนาของเราไม่ได้หยุดที่ตรงจุดนั้น ผมแนะนำให้มองเลยเรื่องทุนไปเสียก่อน เพราะนั่นมันไม่ใช่ปัญหาหรอก... มันเป็นข้ออ้าง ! ที่จะไม่ลงมือทำต่างหาก !


จุดปัญหาในการเริ่มต้นธุรกิจของน้องคนนี้มี 2 เรื่อง 1 คือ ทุน จริงเมื่อไม่มีทุนก็ทำอะไรไม่ได้ แต่... เงินเป็นสิ่งที่หาได้ ! และเรื่องที่ 2 คือ ความชำนาญ มันไม่ใช่ว่าพอเราคิดอยากเป็นนักออกแบบก็สามารถลงมือร่างภาพวาดออกแบบได้เลย ยังหรอกครับ มันต้องมีประสบการณ์ในด้านการออกแบบมาในระดับหนึ่ง ถึงจะสามารถออกแบบได้ตรงความต้องการของตลาด


ทางออกเพื่อสร้างธุรกิจ ที่น้องคนนี้กำลังขยับขยายขึ้นทุกวันนี้ก็คือ การรับทำ งานออนไลน์ ด้วยการออกแบบลายเสื้อให้กับผู้ผลิตเสื้อยืดขนาดเล็กที่วางขายทั่วไป สิ่งที่ได้จากมันคือ 1 รายได้ แก้ปัญหาเรื่องทุนได้เลยเมื่อทำไปสักระยะ และ 2 คือประสบการณ์ เธอได้เรียนรู้รูปแบบลายเสื้อที่คนนิยมซื้อมากขึ้นทุกวันจากการรับทำงานนี้ ผมเชื่อว่าไม่เกินกลางปี 2558 เธอจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองได้สำเร็จ และ ณ ตอนนี้แผนการลาออกจากงานประจำก็เริ่มขึ้นในหัวของเธอแล้ว ด้วยรายได้ที่มาจาก งาน รับออกแบบลายเสื้อยืด ซึ่งรับออร์เดอร์และส่งงานทาง internet ที่มาพร้อมประสบการณ์ในการออกแบบที่เพิ่มขึ้นทุกวัน แถมด้วยการเรียนรู้ความต้องการของตลาดจากรูปแบบลวดลายที่ผู้จ้างส่งมาให้ นี่แหละตัวอย่างวิธีการเริ่มต้นสร้างธุรกิจจาก งานออนไลน์ ด้วยสองมือเปล่าๆ คุณล่ะ เริ่มวางแผนเพื่ออนาคตแล้วหรือยัง !?


ภาพประกอบจาก : vecteezy.com

ธุรกิจอะไรทำกำไรได้ 130 เท่า

ธุรกิจอะไรทำกำไรได้ 130 เท่า

ถ้าเราต้องตั้งต้น ธุรกิจด้วยเงินแค่ 5 เหรียญสหรัฐ เราจะทำธุรกิจอะไรดีคะ ?

มีด้วยหรือที่เงินแค่นี้จะเอามาใช้ทำธุรกิจอะไรได้ แต่อย่างน้อยได้เริ่มต้นด้วยเงินสักนิดหนึ่ง ก็ยังดีกว่าไม่มีแต้มต่อเลยใช่ไหม

ถ้า เราต้องเริ่มต้นชีวิตด้วยเงินเต็มบัญชีธนาคารกับสมองเปล่าๆ หนึ่งก้อน เทียบกับบัญชีที่ไร้เงินแต่สมองเราเต็มไปด้วยไอเดียดีๆ เราจะเลือกอะไรคะ เลือกยากเนอะคะ บางคนอาจบอกว่าขอทั้งคู่ไม่ได้หรือ

สมมติว่าขอไม่ได้ล่ะ ให้เลือกได้อย่างเดียว เลือกอะไรดี

มาดูโจทย์ธุรกิจจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดกันดีกว่า

มี เงินให้ห้าเหรียญ ให้เวลาประชุมกันไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ ให้เวลาสองชั่วโมงสำหรับปฏิบัติการตามแผน แต่ต้องทำกำไรให้ได้มากที่สุด เป็นเราจะทำอะไร? ถ้าเป็นคุณผู้อ่านเจอโจทย์แบบนี้จะทำอย่างไรดี

ศาสตราจารย์ ทีนา ซีลิก สอนวิชานวัตกรรมสร้างสรรค์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ให้โจทย์นี้กับนักศึกษาที่ถูกแบ่งเป็น 14 ทีม ทุกทีมต้องแยกย้ายกันไปหนึ่งสัปดาห์แล้วกลับมารายงานหน้าชั้นเรียนเป็นเวลา 3 นาที

มาดูสิ่งที่นักศึกษามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดแต่ละทีมเลือกทำกัน

จากเงินห้าเหรียญ

กลุ่มหนึ่งเอาเงินจำนวนน้อยนิดไปซื้อมะนาว น้ำตาลและมาทำน้ำมะนาวขายหน้ามหาวิทยาลัย

กลุ่ม ต่อมารับจ้างเติมลมยางรถจักรยานหน้ามหาวิทยาลัยคิดเงินคันละหนึ่ง เหรียญจนกระทั่งพวกเขาค้นพบว่า ถ้าขอเป็นเงินบริจาคจะได้เยอะกว่าเลยเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคแทน

ส่วน กลุ่มที่สามได้เงินมากกว่า และคิดสร้างสรรค์ได้ไม่เลว พวกเขาตัดสินใจเลือกทำงานในคืนวันศุกร์และให้เพื่อนผู้ชายขับรถพาสาวๆ ไปทิ้งไว้หน้าร้านอาหารที่คนแน่นแล้วให้ไปจองคิวตามร้านอร่อยที่ลูกค้าต้อง ยืนรอกันเกือบชั่วโมง พอได้คิวแล้วก็เอาคิวไปขายให้ลูกค้าคนอื่นที่เพิ่งมา คิดเงินคิวละ 20 เหรียญ กลุ่มนี้หาเงินได้หลายร้อยเหรียญในเวลาสองชั่วโมง เพราะใครก็ไม่อยากรออาหารอีกหนึ่งชั่วโมง

ส่วนกลุ่มที่ชนะ เลิศหาเงิน ได้ถึง 650 เหรียญ เป็นกำไรถึง 130 เท่าตัว และที่น่าทึ่งคือ พวกเขาไม่ได้ใช้เงินห้าเหรียญนั้นเลย เขาทำได้อย่างไร???

หลังจากประชุมกันนาน ทุกคนในกลุ่มโหวตว่า พวกเขาจะ “ขายเวลา”

นักศึกษากลุ่มนี้เฉลยว่า พวกเขานั่งประชุมกันนานว่า จะทำอะไรกันดี บางคนบอกไปซื้อลอตเตอรี่ดีกว่า ไปลาสเวกัส ฯลฯ

แต่ ในที่สุดทุกคนสรุปว่า ต้นทุนที่ดีที่สุดที่พวกเขามีไม่ใช่เงิน 5 เหรียญ แต่เป็น “เวลา 3 นาที” สำหรับการนำเสนอแผนธุรกิจหน้าห้องเรียนที่เต็มไปด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัย สแตนฟอร์จำนวนเป็นร้อยๆ คนที่นั่งฟังโดยไม่ลุกไปไหน

นักศึกษาจึงหาบริษัทที่ต้องการขายสินค้าแล้วขายเวลา 3 นาทีที่ตัวเองต้องพรีเซ็นต์

ให้กับบริษัทที่ต้องการเวลา 3 นาทีโฆษณาผลิตภัณฑ์ของตัวเอง

พอ ถึงวันจริง นักศึกษากลุ่มนี้ไม่ต้องทำอะไรนอกจากฟังเพื่อนพรีเซ็นต์และพอถึงเวลาของตัว เอง ก็ให้บริษัทที่ตกลงกันไว้มาพรีเซ็นต์สินค้า เสร็จแล้วจ่ายเงิน 650 เหรียญสำหรับเวลา 3 นาทีให้กับทีมนักศึกษาที่ขายเวลาให้

บริษัทยิ้ม นักศึกษายิ้ม และอาจารย์ยิ้มมากกว่า ที่ลูกศิษย์คิดได้นอกกรอบเหลือเชื่อ
บท ความนี้ตัดมาจากหนังสือชื่อ What I Wish I Knew When I Was 20 by Tina Seelig  จาก มหาวิทยาลัย Standford ผมคิดว่าประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือ ป่าว แต่มันอยู่ที่ว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง และเราสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้กับตัวเรายังไงมากกว่า
ขอความรวยจงอยู่กับท่านครับ

แหล่งที่มา : http://forums.thairiches.com

การพัฒนาตัวเองสู่ programmer freelance ที่ได้เดือนละ100,000 บาท

1.หากคุณยังไม่มีผลงาน จงรับงานในราคาที่ถูก เพื่อ ให้มี portfolio
การรับโปรเจคนักเรียน ไม่ใช่เรื่องน่าอาย มันเป็นการพัฒนาคุณ ด้าน การวิเคราะห์ ระบบ เพราะโปรเจคนักเรียนจะมีระบบหลายๆอย่างให้ท้าทาย
เช่น ระบบ หอพัก ก็จะมีห้องว่าง การจดมิเตอร์ก่อน หลัง การจอง ยกเลิกจอง ย้ายห้อง และอื่นๆที่ท้าท้ายให้โปรแกรมเมอร์ไฟแรงใหม่ๆได้ท้าทาย
และที่สำคัญ ต้องทำให้เสร็จลุล่วงได้ทุกงาน
2.พยายามรับงานทุกงานอย่าเกี่ยง
3.ห้าม หนีงานที่ยาก และภาษาที่คุณทำไม่เป็น เช่นมีคนจ้าง asp.net c# ค่อนข้างจะยากเพราะต้องใช้สองภาษา  จงรับมัน แล้วตั้งใจศึกษา แล้วคุณจะเก่งขึ้นเหมือนกับการเก็บ level เกมออนไลน์
4.แบ่งเวลาให้เป็น เพราะคุณเป็น freelance คุณต้องเก่งตลอด
ถ้าคุณรับงานตลอด คุณจะต้องแบ่งเวลาให้เป็น
เช่น  ตอนเช้า เป็นเวลาการศึกษาโค้ด หรือข้อมูลใหม่ๆ ที่เรายังไม่รู้จัก  และศึกษาพวกโปรเจคใหม่ๆที่เขากำลังทำกันในเมืองนอกและอื่นๆ พยายามดูข่าวตลอดเวลา

ตอนเที่ยงถึงดึกเป็นเวลาทำงาน

5.ถ้าคุณ กำลังเรียนอยู่ ปี1 หรือ ปี 2 ให้คุณตั้งใจหางาน freelance เพราะ จะเป็น portfolio คุณหลังจากเรียนจบ จะได้ไม่ต้องลำบากพูดง่ายๆคือสานต่อหลังเรียนจบเลย

6. เชื่อไหม programmer freelance อายุ 25 26 มีเงินซื้อบ้านหรูๆซื้อรถหรูๆด้วยเงินสด
7.พยายามพัฒนาระบบที่ใหญ่ และใหญ่มากๆ เพราะมันจะมีบัคเยอะ ทำให้ skill คุณถูกพัฒนา
8. ผลงานเยอะมักได้เปรียบ และ ใบจดทะเบียนธุรกิจ ควรจะจดไว้ ยิ่ง ปีเยอะ ยิ่งได้เปรียบ หมายถึงคุณทำงานมานานแล้ว ไม่ได้เป็นไก่อ่อน
9.การ คำนวณเวลาเป็นเรื่องสำคัญหากคุณจะรับงานหลายงาน คุณต้องรู้ลิมิตตัวเอง เช่น บอกไป 7 วัน แต่จริงๆแล้วถ้าคุณปั่นจริงๆ คืนเดียวก็สำเร็จ
10. freelance ต้องมีโค้ดอยู่ในมือเยอะๆ จะทำให้งานเสร็จไวมากขึ้น
11. การใช้เครื่องมือพวก dreamweaver ไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่ง บางคนอาจใช้ editplus เขียนโค้ดสดๆ แต่นั้นช้ามาก dreamweaver สามารถแยก design และ code ให้ดูได้ชัดเจน
12.freelance ต้องไหลเป็น เช่นหากคุณทำไม่ทันจริงๆ ต้องบอกเจ้าของงานตามจริง รับโทรศัพท์ตลอด เรื่องร้ายจะกลายเป็นดี หากคุณกลัว ปิดโทรศัพ หรืออื่นๆ
หรือคุณคิดว่าทำไม่ไหว ไม่ได้แล้ว ต้องคืนเงินเต็มจำนวน และนั่นทำให้เกิดโอกาส ที่นายจ้างจะกลับมาจ้างคุณใหม่เพราะคุณเป็นคนไว้ใจได้
13.การ โชว์ผลงาน ควรโชว์ผลงานให้ดูเยอะมากที่สุด เพราะคนที่จ้างเขาจะดูผลงานก่อนอันดับแรก ไม่ได้ดูว่าคุณจบไหนมาเคยทำงานบริษัทไรมา เขาดูอย่างเดียวคือผลลัพที่เขาจะจ้าง
เขาต้องการแค่นั้น เพราะเขาไม่ได้รับคุณทำงานประจำเลยไม่จำเป็นต้องรู้ว่า คุณเป็นอย่างไร
14.การ support หลังจากงานเสร็จเป็นเรื่องสำคัญเพราะ คนที่จ้างเรา บางคนเขาอาจจะไม่เก่ง สำคัญมากหากคุณทำระบบสำเร็จรูปให้เขา เมื่อเขาทำไม่เป็นคุณควรจะทำให้เขาเช่นอัพข้อมูลสินค้า
การทำเช่นนี้เป็นการเพิ่มความไว้ใจให้แก่ลูกค้า
15.โปรแกรมเมอร์ จะมีเรื่องกดดันให้กังวลใจ ตลอด เช่นเว็บที่สร้างมาโดนแฮค  มีบัค ใช้งานไม่ได้ ออกแบบไม่สวย เราต้องทน จำคำเดียวคือ ทน ห้ามเถียงลูกค้า ห้ามทุกๆอย่าง
16.จำไว้ ว่าคนที่จ้างเราตอนเขาจะจ้าง เขามีความตั้งใจสูง ควรติดต่อกันเสมอห้ามปล่อยทิ้งไว้ เพราะบางทีถ้าคนที่เขาจะจ้างเรา เราปล่อยเขาทิ้งไว้ สอง สามวัน
ความคิดเขาคือ อาจจะเลิกล้มความตั้งใจแล้วก็ได้ เมื่อปลามา ควรรีบตักทันที ห้ามปล่อยทิ้งไว้
17. รับโทรศัพท์ตลอดเวลาสำคัญมาก เพราะลูกค้า 100 %ต้องการแบบนี้ อาจจะโดนคำด่านิดหน่อยแต่ก็ต้องทน
 แต่หากบางทีลูกค้าคนโทรมาตอนตี1 แบบนี้คุณก็อาจจะไม่ต้องรับก็ได้
18. เมื่อผลงานคุณเยอะ ใบทะเบียนพาณิช อายุปีคุณเยอะ นั่นหมายถึง คุณเก่งแล้ว เลเวล 99 แล้วคุณจะรับงานได้ในราคาที่สูงและเก็บมัดจำ 50%
19.คุณต้องพูดกับคนเก่งเหมือนเป็นการตลาดเทพๆ โน้มน้าว เก่งแนะนำได้ ที่สำคัญอย่ากลัวการรับโทรศัพท์
  ไม่จำเป็นเสมอไปที่เขาบอกโปรแกรมเมอร์ คุยกับคนไม่รู้เรื่อง อันนั้น เป็นเฉพาะบางคน
อาจะเป็นเพราะเราคุยบางศัพท์กับคนทั่วไปที่เขาไม่รู้เรื่องคอม
20.คุณไม่ได้ทำงานบริษัท เพราะฉนั้น คุณต้องทำหน้าที่สองอย่างในเวลาเดียว คือโปรแกรมเมอร์และพนักงานขายหรือการตลาดนั่นเอง
การ ตลาดคุณต้องเป็นเลิศ คุณต้องคิดตลอดทุกเช้า และเย็นว่าคุณจะหาลูกค้ายังไง ลองศึกษาคนอื่นๆดูที่เขารับงานว่าเขาโฆษณาอย่างไร และเลียนแบบเขาและคิดวิธีใหม่ๆ
ในการเข้าถึงลูกค้า

21.คุณต้องวิเคราะห์ระบบที่ลูกค้าต้องการเป็นไม่ใช่แค่ insert update delete แต่มันคือการ นำไปใช้กับธุรกิจได้จริง
ลูกค้า บางคนหันมาจ้างโปรแกรมเมอร์ เพราะต้องการหลายๆอย่าง บางคนจะคาดหวังไว้สูง เช่นมีเว็บ ทำให้ลูกค้าเยอะมากกว่าเดิมหลายเท่า โดยที่ไม่ต้องทำการตลาดเช่นโฆษณา
คุณต้องอธิบายให้เขาฟัง ด้วย แปลว่าคุณมีอาชีพเพิ่มแล้วคือ จากเดิม โปรแกรมเมอร์และพนักงานขาย
คุณก็จะต้องเป็น  โปรแกรมเมอร์และพนักงานขายและนักวิเคราะห์ระบบ

22.คุณต้องปิดงานได้ไว ให้ไวที่สุดยิ่งดี เพราะจะทำให้เดือนนึงคุณทำงานได้หลายงานทำให้คุณได้รับเงินเยอะขึ้น ยิ่งไวยิ่งดี
ถ้าคุณมาถึงจุดนี้แปลว่าคุณเก่งมากๆแล้ว งานที่ไวไม่ได้แปลว่าไม่ดี มันอาจจะเป็นงานที่ช่ำชองในการทำ
คืองานที่มาจากประสบการณ์จากการทำงานก่อนๆแล้ว มารวมกันเป็นงานใหม่

23.คุณต้องศึกษาพวกการออกแบบเว็บไว้ด้วย
ไม่ได้แปลว่า programmer ทุกคนจะออกแบบไม่สวย
การ ออกแบบในปัจจุบันเป็นเรื่องง่ายแล้ว เพราะมี อุปกรณ์เสริมเช่น photoshop , template , file vector , font ต่างๆ บางอย่างมีลิขสิทธิ์เช่น psl
พวกมือโปร จะใช้การออกแบบเว็บด้วย div และบางคนจะออกแบบเป็น file psd และตัดเอาโดยใช้ slicetool โดยใช้ table

24.พัฒนา ระบบใหญ่ๆที่ไม่ค่อยมีคนทำ งานที่ยากๆเขียนโค้ดยากๆ  ยกตัวอยากง่ายๆลองพิมคำว่า  clone script ไรพวกนี้ดูใน google หรือระบบใหญ่ๆเช่น erp
 งานพวกนี้จะทำให้รายได้ต่อเดือนของคุณเยอะ

นั่นเป็นที่มาของเงิน หลายแสนต่อเดือน ของ...
This Is True Story

ปล.คิดออกแค่นี้จ้า

ขอบคุณ x-script แห่ง TSB

7 สิ่งสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเขียนในใบสัญญา ก่อนโดนโกง !


ใบสัญญา ฟรีแลนซ์

เชื่อว่าทุกคนที่เคยผ่านการทำงานแบบ Freelance มาพักหนึ่งแล้วแล้ว น่าจะมีดวงได้เจอเคสที่ผู้ว่าจ้างจ่ายไม่ครบ หรือเอางานไปแล้วหนีไปไม่จ่ายสักบาทอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เราที่เป็นฟรีแลนซ์ก็ได้แต่ยืนมองแบบงง ๆ เพราะทำอะไรไม่ได้ หลายคนเลยแก้ด้วยการเก็บเงินมัดจำก่อนเริ่มงาน
การเก็บมัดจำก่อนเริ่มงานเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ช่วยชีวิตฟรีแลนซ์ได้ ตลอด ผมเคยเจอเคสที่จ่ายมา 50% ตอนเริ่มงาน แต่ตอนจบงานหอบงานหายไปเลย ซึ่งผมก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการพยายามโทรติดต่อเค้า (แน่นอนว่าพี่แกไม่รับสาย) จนตอนนี้ผ่านมาเป็นปีแล้วยังไม่ได้
ทางแก้ที่จะช่วยให้ฟรีแลนซ์ตาดำ ๆ อย่างเราได้รับค่าจ้าง 100% และลูกค้าไม่หอบงานหนีไป คือ การเขียนใบสัญญา

ใบสัญญา สำหรับฟรีแลนซ์คืออะไร

ใบสัญญา คือ เอกสารที่ระบุการจ้างงานระหว่างผู้จ้างกับฟรีแลนซ์ ซึ่งจะมีรายละเอียดแบ่งเป็นข้อ ๆ เกี่ยวกับระยะเวลางาน เงินที่ต้องจ่าย แบ่งเป็นกี่งวด ถ้างานไม่เสร็จในกำหนดจะเกิดอะไรขึ้น (เคยเจอแบบตัดเงินวันละ 1% อะไรแบบนี้ครับ) ฯลฯ
ปกติถ้าเราดีลงานกับบริษัทใหญ่ ๆ จะมีการร่างสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่แล้ว เพราะบริษัทใหญ่บางทีก็กลัวฟรีแลนซ์โกงเหมือนกัน แต่เท่าที่เคยเจอมาบริษัทใหญ่ ๆ จะไม่ค่อยโกงครับ ที่ชอบโกงส่วนใหญ่คือลูกค้ารายย่อย หรือบริษัทเล็ก ๆ ที่ไม่มีชื่อ ไม่มีเขียนสัญญาทั้งนั้น
ผมได้ไปอ่านเจอในบทความของ GraphicDesignerBlender เค้าแนะนำเกี่ยวกับสิ่งสำคัญที่ต้องเขียนระบุในใบสัญญาให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการโดนโกง (ทั้งจากฝ่ายผู้จ้างและผู้ถูกจ้าง)
การเขียนสัญญาให้รัดกุมจะทำให้เราทำงานได้สบายใจมากขึ้น และยังทำให้ดู Professional มากขึ้นด้วยครับ มาดูกันว่า 5 สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมใส่ในใบสัญญา มีอะไรบ้าง:

1. เขียนให้ชัดเจนว่าจะส่งงานให้ดูกี่แบบ และแก้ไขได้กี่ครั้ง

เคยเจองานที่ต้องทำไม่จบไม่สิ้น แก้เป็นร้อยรอบมั้ยครับ? นั่นเป็นผลจากการที่เราไม่ทำสัญญาระบุให้เรียบร้อยนั่นเอง
เราต้องระบุไว้เลยว่าในค่าจ้าง XXXXX บาท ตอนเริ่มงานเราจะทำงานมาให้เลือกกี่แบบ (Option) และในราคานี้เราจะแก้ไขให้สูงสุดกี่ครั้ง (Revision)
นอกจากนั้นอาจจะมีการระบุเพิ่มเติมด้วยว่าถ้ามีการขอ Option เพิ่มจากที่บอกไว้ หรือแก้ไขเพิ่มจากจำนวนที่บอกไว้ในสัญญา เราจะคิดครั้งละเท่าไหร่ และการแก้ไขแต่ละครั้งจะเสร็จในเวลากี่วัน
พอทำแบบนี้แล้วลูกค้าก็ไม่สามารถสั่งแก้บ่อย ๆ แบบบุฟเฟ่ต์ได้ เค้าต้องคิดก่อนแก้เสมอ ซึ่งเราก็จะแก้งานโดยไม่รู้สึกเสียเวลาเราด้วย เพราะกำหนดจำนวนครั้งการแก้ไขไว้แล้ว

2. กำหนดค่ามัดจำที่ต้องจ่ายก่อนเริ่มงาน

การรับงานทุกครั้งในฐานะ Freelance ควรการเก็บค่ามัดจำเสมอ ซึ่งปกติจะคิดเป็น % จากราคางานทั้งหมด เช่น 30% หรือ 50%
เงินมัดจำจะเป็นตัววัดว่าลูกค้าคนนี้จริงจังกับการทำงานกับเรามั้ย ถ้าเค้าดึงดันไม่ยอมจ่ายเงินมัดจำ ก็เป็นไปได้ว่าเค้าอาจจะมาต่อราคากับเราเราตอนงานเสร็จก็ได้ นอกจากนั้นเงิน มัดจำยังเป็นสิ่งที่ทำให้เราอยู่รอดได้ในกรณีที่โปรเจคล่ม ซึ่งอันนี้เป็นที่มาของข้อถัดไปครับ

3. กำหนดค่ายกเลิก กันลูกค้าทิ้งงาน

มีหลายครั้งที่บางงานถูกยกเลิกไปกลางคัน หรือบางทีคนว่าจ้างหัวหมอ จ้างดีไซเนอร์เอาไอเดีย แล้วไปจ้างคนอื่นทำอีกทีโดยไม่ได้จ่ายให้คนคิดไอเดียก็มี ฟรีแลนซ์ตาดำ ๆ อย่างเราเลยต้องมีแผนสู้กับพวกนี้ครับ
ค่ายกเลิก เป็นสิ่งสำคัญมากในการเขียนสัญญาเลยครับ โดยเฉพาะเมื่อเรามีลางว่าจะไปเจอกับลูกค้าตรรกะประเภท “ผมไม่ได้เอางานคุณไปใช้ ผมก็ไม่ต้องจ่ายสิ” หรือ “ผมให้คนอื่นมาทำแทนคุณแล้ว ก็ไม่ต้องจ่ายสิ” ซึ่งในไทยมีเยอะมากกกกกกกกกก
การคิดค่ายกเลิกงาน ถ้าแบบเบาหน่อยอาจจะเป็นการเก็บมัดจำไปเลย แต่ถ้าแบบหนักก็จะเป็นการเก็บมัดจำ + เงินอีกกี่ % เพิ่มเติมครับ เขียนระบุไว้ในสัญญาให้เซ็นทั้งสองฝ่าย คนจ้างก็หนีไปเนียน ๆ ไม่ได้แล้วครับ

4. แจ้งลิขสิทธิ์ของผลงาน และผู้รับผิดชอบเรื่องลิขสิทธิ์

โดยปกติฟรีแลนซ์จะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ผลงานทั้งหมดที่ทำขึ้น ซึ่งก็ควรคุยกับผู้จ้างให้เรียบร้อยว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อะไร บางครั้งเป็นตัวละคร Mascot ลิขสิทธิ์ของเราที่ลูกค้าต้องการนำไปใช้ (เช่น เอา Mascot LINE ไปใช้ในสินค้า 7-11) ผู้จ้างก็จะได้ลิขสิทธิ์ในการนำไปใช้ในสิ่งที่กำหนดไว้เท่านั้น แต่ลิขสิทธิ์ของตัวละครยังเป็นของเราครับ
สำหรับงานทำเว็บไซต์ ทำกราฟฟิกอาจจะเจอเรื่องการซื้อ Font, Stock Photo จากที่อื่นมาใช้ ซึ่งต้องระบุว่าใครเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ใน Font, Stock Photo ที่ซื้อมา และถ้าโดนแจ้งเรื่องลิขสิทธิ์ใครจะรับผิดชอบ
บางทีลูกค้าเอา Font ผิดลิขสิทธิ์มาให้ใช้เฉยเลย ไม่ว่าด้วยความไม่รู้หรือตั้งใจก็แล้วแต่ เราก็ต้องเขียนสัญญาดี ๆ ป้องกันตัวไว้ครับ ไม่งั้นโดนฟ้องเป็นแสน
อัพเดทเรื่องลิขสิทธิ์นะครับ Jasmine White:
ถ้าทำงานไว้ แล้วมีคนมาขอซื้องานนั้น ลิขสิทธิ์เป็นของคนทำ
ถ้ามีการจ้างให้ออกแบบให้ทำงานตามสั่ง งานที่เสร็จสิทธิ์เป็นของคนจ้าง ถ้าไม่ได้ระบุไว้ในสัญญาครับ

5. กำหนดระยะเวลาการจ่ายเงิน และรอบการจ่ายเงินให้ดี

เราควรคุยกับลูกค้าว่าจะจ่ายเงินโดยแบ่งเป็นทั้งหมดกี่ครั้ง และจ่ายภายในกี่วันหลังงานเสร็จ ถ้าทำงานกับบริษัทใหญ่ ๆ จะมีการกำหนดไว้เลยว่าจะจ่ายภายใน 30, 60, 90 วันหลังส่งมอบงานอะไรแบบนี้ครับ ศัพท์ในวงการทำเว็บไซต์เรียกว่า “Credit” เช่น Credit 30 วัน, Credit 60 วัน
ถ้าเขียนแบบโหด ๆ หน่อย คือ ระบุไปเลยว่าถ้าไม่จ่ายเงินในเวลาที่กำหนดจะมีการปรับเท่าไหร่ หรือถ้าเป็นงานเว็บไซต์ก็อาจนำเว็บไซต์ลง (กรณีที่เราดูแลโฮสติ้งให้เค้า) ก็ได้ครับ

6. ปรับลูกค้าก็ได้ ถ้าลูกค้าทำให้งานล่าช้า

บางครั้งเราดีไซน์เสร็จแล้วส่งไป ลูกค้าไม่ยอม Feedback กลับมา หรือเขียนโค้ดเสร็จแล้วส่งไป ลูกค้าไม่ยอมส่ง Content มาให้ใส่ กลายเป็นว่างานล่าช้ากว่ากำหนดในสัญญา แทนที่เราจะเอาเวลามาเริ่มงานลูกค้าคนต่อไปได้ทันที เราก็เสียเวลารอไปโดยเปล่าประโยชน์ครับ
เพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ เราควรกำหนดไว้ชัดเจนเลยครับ ว่าลูกค้าต้องให้ Feedback เราภายในกี่วัน หรือส่ง Content ให้เราภายในวันไหน โดยถ้าลูกค้าส่งไม่ทันในเวลาที่กำหนด อาจจะให้เพิ่มวันทำงานส่วนของเราเข้าไปอีก 1 วันทุกครั้ง หรือปรับสัปดาห์ละ XXXX บาทอะไรแบบนี้ครับ (อันนี้ฝรั่งเค้าแนะนำมาครับ โหดมาก)
พอทำแบบนี้ลูกค้าเค้าจะช่วยเราทำงานให้เสร็จในเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นผลดีกับทั้งฝ่ายเราและฝ่ายลูกค้าด้วย

7. ระบุบริการหลังการขายในสัญญาให้ชัดเจน

เคยเจอมั้ยครับ ทำเว็บเสร็จไปเป็นปีแล้ว ลูกค้าติดต่อมาให้แก้บั๊กเฉยเลย
ในงานบางประเภท เช่น ฟรีแลนซ์รับทำเว็บไซต์ เรื่องแบบ นี้เกิดขึ้นบ่อยครับ ซึ่งเราก็ต้องเขียนไปในสัญญาเลยว่าเราซัพพอร์ทแก้บั๊กให้ฟรีในระยะเวลากี่ เดือนหลังงานเสร็จ (ปกติจะประมาณ 1 เดือน) ถ้าหลังจากนี้ก็ต้องให้จ่ายเงินครับ เพราะให้เรามางมโค้ดเก่านี่ใช้เวลาเยอะเหมือนกัน
ในกรณีที่ลูกค้าอาจจะ Request ฟีเจอร์เพิ่มในอนาคต หรือจะจ้างให้เราอัพเดทคอนเท้นท์ให้ เราก็สามารถระบุไปในสัญญาได้เลยว่าจะ คิดค่าบริการอย่างไร ชั่วโมงละเท่าไหร่ เดือนละเท่าไหร่

สรุปสิ่งที่ฟรีแลนซ์ต้องเขียนในใบสัญญา

  1. ส่งงานให้ดูกี่แบบ แก้ไขได้กี่ครั้ง
  2. มัดจำกี่บาท
  3. ค่ายกเลิกงานเท่าไหร่
  4. ลิขสิทธิ์เป็นของใคร
  5. จ่ายเงินในระยะเวลากี่วันหลังงานเสร็จ
  6. หากลูกค้าไม่ให้ความร่วมมือในการทำงานให้เสร็จ จะปรับเท่าไหร่
  7. บริการหลังการขายเป็นอย่างไร
สำหรับฟรีแลนซ์ที่เข้ามาอ่านแล้วรู้สึกว่าขาดอะไรไป สามารถแจ้งได้ในส่วนคอมเม้นท์เลยครับ ส่วนใครที่มีคนรู้จักเป็นฟรีแลนซ์ หรืออยากเป็นฟรีแลนซ์ แชร์บทความนี้ให้เค้าอ่านดูครับ
อยากเป็นฟรีแลนซ์เราต้องรู้เท่าทันผู้จ้างครับ ขออวยพรให้ฟรีแลนซ์ทุกท่านเจอแต่ลูกค้าดี ๆ
Photo Credit: photos by blperk,http://www.designil.com/

งาน Freelance หาจากไหนดี??


งาน freelance หาจากไหนดี
งาน freelance หาจากไหนดี

งาน Freelance หาจากไหนดี??

งาน freelance(ฟรีแลนซ์) ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับอาชีพนี้กันคร่าวๆก่อนนะคะ ผู้ประกอบอาชีพ Freelance หรือ “อาชีพอิสระ” ที่ เราเคยได้ยินกันบ่อยๆนั่นเองคะ โดยอาชีพนี้จะไม่ขึ้นตรงต่อหน่วยงาน บริษัท หรือองค์กรใด รับงานเป็นรายชิ้น ตัวอย่างงานเช่น รับทำบัญชี รับทำสื่อการเรียนการสอน รับพิมพ์งาน รับทำเว็ปไซต์ เป็นต้น ค่าจ้างก็ตามตกลงกันกับผู้ว่าจ้าง สำหรับงาน Freelance จะเรียกว่างานพิเศษหรืองานที่ทำไม่ประจำก็ได้คะ ปัจจุบันมีคนที่หันประกอบอาชีพนี้จำนวนมาก ไม่ว่าจะพนักงานบริษัทต่างๆหรือนักศึกษาที่จบใหม่ เนื่องจากหลายคนมีความรักในการใช้ชีวิตแบบอิสระ อยากทำงานโดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อผูกมัดยึดติดกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ใครที่มีไล้ฟ์สไตล์รักการทำงานแบบอิสระ บริหารตัวเอง และกำลังมองอาชีพนี้เป็นช่องทางสร้างรายได้ ทั้งนี้จะต้องศึกษาทำความเข้าใจถึงข้อดีข้อเสียของอาชีพนี้ด้วยเช่นกัน
ข้อดีของงาน Freelance
1. ได้ทำงานที่ตนเองถนัด ชอบ หรือเก่งในเรื่องนั้นๆ
2. ทำงานได้อย่างอิสระ ไม่ต้องมีเจ้านายคอยคุม คอยสั่งงาน ไม่ต้องแข่งขันกับเพื่อนร่วมงาน ไม่มีข้อผูกมัดกับบริษัทใดๆ
3. บริหารเวลาและสถานที่ได้ ไม่ต้องวิ่งตอกบัตรให้วุ่นวายทุกเช้า อยากทำงานที่ไหน เวลาใดก็ได้ แค่ให้งานเสร็จทันตามที่กำหนดกับผู้ว่าจ้างเท่านั้น
4. รายได้ดี ค่าตอบแทนในแต่ละงานหรือโปรเจ็คที่รับทำค่อนข้างสูง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและความยากง่าย และถ้ายิ่งในกรณีที่งานชุกสามารถหารายได้ได้มากกว่างานประจำกว่าเท่าตัวเลย
5. มีเวลาเป็นส่วนตัว สามารถใช้เวลาอยู่กับครอบครัว หรือท่องเที่ยวได้ตามที่ต้องการ
6. ไม่ต้องทำงานซ้ำซาก จำเจ ได้เจองานที่หลากหลายและท้าทายศักยภาพ
งาน freelance หาจากไหนดี
ข้อเสียของงาน Freelance
1. รายได้ไม่แน่นอน ไม่มั่นคง ถ้าหางานหรือผู้ว่าจ้างไม่ได้นั่นหมายถึงรายได้ที่คุณจะขาดหายไป และนั่นอาจเป็นเงินทั้งเดือนที่คุณต้องกินต้องใช้ก็เป็นได้
2. ไม่มีสวัสดิการหรือหลักประกันในระยะยาว เช่น ค่ารักษาพยาบาล, เงินบำเหน็จ บำนาญ,เงินโบนัส เป็นต้น ต้องอาศัยการทำประกันหรือเงินออมของตัวเอง
3. โดนโกง หรือจ่ายช้า อาจถูกดึงเช็คคืน เป็นต้น ซึ่งปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นกับฟรีแล๊นช์มือใหม่เสมอๆ หากเพิ่งเริ่มรับงานก็ควรจะระมัดระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ อย่าเพิ่งส่งงานหากยังไม่ได้รับเงินโดยเด็ดขาด
4. ความน่าเชื่อ ช่วงแรกๆอาจจะยังไม่ได้รับจ้างงานเท่าที่ควร เนื่องจากลูกค้ายังอาจยังไม่เคยได้เห็นผลงาน ต้องสร้างตัวอย่างงานให้ลูกค้าได้ดูเป็นตัวอย่าง
5. อาจเจอลูกค้าหลายอารมณ์หลายประเภท เจอลูกค้าเรื่องมากก็อาจโดนแก้งานบ่อยๆ
6. ขายสังคมไปโดยปริยาย เวลาว่างไม่ตรงกับชาวบ้านเขา, ไม่มีเพื่อนร่วมทำงานในออฟฟิศ
เมื่อทำความเข้าใจในเรื่องของข้อดีข้อเสียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นหางาน Freelance จากแหล่งใด หรือประชาสัมพันธ์ที่ไหนดี วันนี้มีแหล่งหางาน Freelanceและที่สำคัญประชาสัมพันธ์ฟรี แถมมีคนเข้าไปหางานหรือประชาสัมพันธ์งาน Freelance จำนวนมากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมาฝากกันคะ
ตัวอย่างแหล่งหางานและประชาสัมพันธ์งาน Freelance
1. https://www.freelancer.com
2. http://www.pantipmarket.com
3. http://thaionlinemarket.com
4. http://www.thaibizcenter.com
5. http://www.postfree108.com
6. http://www.99centarticles.com
7. https://www.odesk.com
8. http://www.fiverr.com
9. https://www.elance.com
งาน freelance หาจากไหนดี
เทคนิคการประชาสัมพันธ์ให้ได้งาน Freelance
1. สร้างความน่าเชื่อถือ โดยการให้ข้อมูลติดต่อ ชื่อ เบอร์โทร อีเมลล์ ที่ชัดเจน หรือช่องทางการติดต่ออื่นๆ เช่น Facebook, Twitter, Instargram เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่าเรามีตัวตนอยู่จริง
2. สร้างจุดเด่นให้ตัวเองและผลงาน เพื่อจะได้เป็นองค์ประกอบในการตัดตัดสินของลูกค้า ว่าทำไมต้องเลือกจ้างงานเรา
3. สร้างเว็ปไซต์หรือบล็อกส่วนตัว เพื่อแสดงผลงานตัวอย่างให้ลูกค้าดู
การทำงานทุกอาชีพย่อมมีทั้งของดีและข้อเสียของอาชีพนั้นๆ การทำความเข้าใจและการบริหารตัวเองให้เป็นจึงถือเป็นสิ่งที่สำคัญ… 
ขอบคุณที่มา http://www.smeleader.com

เขียนบทความขายเป็นอาชีพเสริมคนท้อง

ความทันสมัยของเทคโนโลยีทำให้ค้นหาความรู้ได้ง่ายจากโลกออนไลน์ บทความคุณภาพมากมายถูกถ่ายทอดอยู่ในเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อเผยแพร่ความรู้ งานเขียนบทความขายจึงเป็นอาชีพ
เสริมคนท้อง ที่สามารถถ่ายทอดความรู้ความรู้สึกต่างๆออกมาเป็นตัวหนังสือได้ดีและยังขายได้
อาชีพเขียนบทความขายเป็นที่ต้องการของตลาดเพราะคนเขียนน้อย หรือเขียนได้แต่ไม่ดี การเขียนบทความเป็นการถ่ายทอดความรู้หรือบอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่ตนเองมีความรู้หรือได้ศึกษาหาความรู้ตามข้อกำหนดที่ผู้ว่าจ้างต้องการให้เขียน

งานเขียนบทความจึงเหมาะที่จะเป็นอาชีพเสริมคนท้อง

การเขียนบทความขายมีหลากหลายแนว เช่นเรื่องเกี่ยวกับแฟชั่นเสื้อผ้า ชีวิตครอบครัว การครองรักครองเรือน สุขภาพ ความสวยความงาม การตกแต่งบ้าน งานแปล หรือเรื่องราวเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก การเลี้ยงลูก และอื่นๆอีกมากมาย การเขียนบทความเป็นงานที่ต้องใช้จิตนาการความรู้ อารมณ์และจิตใจที่ดี ซึ่งจะช่วยให้เขียนงานออกมาได้ดีมีคุณภาพ งานเขียนบทความจึงเหมาะที่จะเป็นอาชีพเสริมคนท้อง แหล่งรับซื้อบทความมีประกาศรับซื้อตามเว็บไซต์ต่างๆ ราคาค่าเขียนบทความขึ้นอยู่กับราคาที่ตกลงกันระหว่างผู้เขียนและผู้ว่าจ้าง หรือตามเรทราคาทั่วไปอยู่ที่บทความละ 30-50 บาท ต่อความยาว 300- 500 คำ ถือว่าเป็นอาชีพเสริมคนท้องที่มีรายได้น่าสนใจอีกอาชีพหนึ่ง นอกจากการเขียนบทความสั้นๆแล้ว ยังสามารถเขียนเรื่องราวต่างๆเสนอขายโรงพิมพ์เพื่อจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มขาย รายได้จากงานเขียนประเภทนี้มาจากยอดจำหน่ายหนังสือหรือตามราคาที่ตกลงกับสำนักพิมพ์นั้นๆ
งานเขียนบทความขาย เป็นอาชีพเสริมคนท้อง ที่นอกจากมีรายได้แล้วยังได้ถ่ายทอดความรู้สึกและได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการและเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับเด็ก ซึ่งเป็นความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในการเลี้ยงดูลูกน้อย ได้เผยแพร่ความรู้ให้แก่คนทั่วไปสิ่งดีๆเหล่านี้มีผลดีต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์อีกด้วยถือว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจและน่าทำอีกอาชีพหนึ่งค่ะ
บทความโดย : รัชนก datacatalog.org
รูป : 123RF Stock Photos.com

ทำอย่างไรดีอยากมีอาชีพเสริมแต่ไม่มีเงินทุน

เมื่ออยากมีรายได้ก็ต้องมีการลงทุน ถึงแม้จะเป็นเพียงอาชีพเสริมแต่ส่วนใหญ่ก็ต้องใช้เงินทุนเช่นกัน อาชีพเสริมลงทุนน้อย นั้นมีให้เลือกมากมาย ขึ้นอยู่กับแนวคิดมุมมองของคนที่ต้องการทำ
อาชีพเสริมว่าต้องการมีรายได้มากน้อยเพียงใด
หากต้องการมีอาชีพมีรายได้เสริมเพิ่มขึ้นมาเพื่อความมั่นคงในอนาคต สิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญก็คือ พิจารณาความรู้ความสามารถของตนเองเป็นหลัก แล้วนำความรู้ความถนัดในด้านนั้นๆมาต่อยอดเพื่อหารายได้เพิ่ม เช่น เป็นครูพละ รู้และเข้าใจกฎกติกาของเกมกีฬาในแต่ละชนิดเป็นอย่างดีอาชีพเสริมลงทุนน้อย ที่น่าทำที่สุดก็คือเป็นกรรมการตัดสินกีฬา

แนวคิดการเริ่มอาชีพเสริมลงทุนน้อย

คนส่วนใหญ่เมื่อคิดอยากมีอาชีพเสริม สิ่งแรกที่จะทำคือมองความสำเร็จของคนอื่นในการทำอาชีพเสริมนั้นๆ โดยลืมมองความรู้ความสามารถของตนเอง เช่น การทำธุรกิจขายตรง ซึ่งเป็นอาชีพเสริมลงทุนน้อย มีเพียงค่าสมัครก็สามารถทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ คนทำมากแต่ประสบความสำเร็จน้อย เพราะคนส่วนหนึ่งที่เลือกทำธุรกิจขายตรงไม่ได้พิจารณาความรู้ความสามารถความถนัดและอุปนิสัยของคนเองในการทำธุรกิจประเภทนี้
การทำอาชีพเสริมให้มีรายได้นอกจากพิจารณาความรู้ความสามารถของตนเองแล้ว ควรพิจารณางานหรือธุรกิจที่ทำเป็นอาชีพหลักแล้วมองว่าควรจะต่อยอดงานเหล่านั้นให้มีรายได้เพิ่ม หรือเป็นอาชีพเสริมได้อย่างไร เช่น เปิดร้านคาร์แคร์รับล้างอัดฉีดทำความสะอาดรถยนต์ ธุรกิจประเภทนี้เมื่อลูกค้านำรถมาล้างส่วนหนึ่งนั่งรอรับรถ ธุรกิจเสริมที่ดีที่สุดก็คือ ร้านกาแฟสด ร้านขายเครื่องดื่มเล็กๆหรือร้านขายของประดับตกแต่งรถยนต์ เช่น ขายน้ำหอม ตุ๊กตา หรือของตกแต่งรถยนต์ชิ้นเล็กๆที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากนัก เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกใช้บริหารระหว่างรอรับรถ
หากใครที่กำลังคิดอยากมีอาชีพเสริมแต่ไม่มีเงินทุนหรือมีเงินลงทุนน้อย ลองนำแนวคิดนี้ไปพิจารณา เชื่อว่าคงได้อาชีพเสริมลงทุนน้อย มาทำเป็นอาชีพเสริมและมีรายได้อย่างที่ต้องการแน่นอนค่ะ
บทความโดย : รัชนก datacatalog.org
รูป : 123RF Stock Photos.com

มีอาชีพเสริมสามารถเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น

วิธีที่จะช่วยให้ผู้ที่สนใจอยากมีอาชีพเสริมสามารถเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น ทางเว็บไอเดียฟอร์ริชเชื่อว่าหลายๆท่านกำลังมองหาอาชีพเสริมทำเพื่อเพิ่มรายได้ ทางเว็บจึงอยากแนะนำอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้สามารถ
เริ่มต้นอาชีพเสริมได้เร็วขึ้น ทำง่าย และสะดวกมาก นั่นคือทำผ่านทางอินเตอร์เน็ตโดยการใช้เว็บไซต์นำเสนอสินค้า และใช้จุดเด่นของเว็บไซต์ทำหน้าที่อธิบายข้อมูลสื่อสารกับลูกค้าแทนเจ้าของเว็บ หากลูกค้าสนใจสั่งซื้อสินค้าลูกค้าสามารถสั่งซื้อผ่านหน้าเว็บได้เลย เจ้าของเว็บไม่ต้องขายหรืออธิบายข้อมูล เจ้าของเว็บไม่ต้องยืนเผ้าหน้าร้านและไม่ต้องจ่ายค่าเช่าที่เพราะไม่ได้เปิดหน้าร้านนั่นเอง เริ่มต้นอาชีพเสริมอิสระออนไลน์ด้วยการเปิดร้านค้าออนไลน์แบบง่ายๆ โดยให้ทางเว็บไอเดียฟอร์ริชจัดทำเว็บไซต์ให้เลย พร้อมเพิ่มสินค้าลงในเว็บให้ด้วย และสอนวิธีการนำเว็บไปใช้งานว่าต้องทำอะไรบ้าง ถึงจะสามารถทำให้เกิดรายได้


 สมัครทดลองฟรี! ได้ที่ http://www.idea4rich.com/ContactUS
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.idea4rich.com
เครดิต   datacatalog.org

ไอเดียทำอาชีพเสริมออนไลน์

เวิร์คอย่างแรง!! แน่นอน
ขั้นที่ 1 : เราขอแนะนำให้เปิดเว็บขึ้นมาสักเว็บ หากต้องการความยืดหยุ่นและง่ายต่อการจัดการขอแนะนำให้ใช้โปรแกรม Dreamweaver ในการออกแบบ และแต่งภาพให้สวยด้วยโปรแกรม Photoshop สองโปรแกรมนี้ต้องใช้คู่กันเว็บถึงจะออกมาสวยนะครับ หรืออาจใช้เว็บ
สำเร็จรูปจากผู้ให้บริการที่ให้เช่าเป็นรายปีก็ได้ ข้อจำกัดอาจเยอะหน่อยแต่ใช้งานได้เร็วดีครับ
ขั้นที่ 2 : จากนั้นก็นำสินค้าหรือบริการที่คุณต้องการเสนอเพิ่มลงในเว็บไซต์ ซึ่งตรงนี้สำคัญมากครับ สินค้าและบริการจะรุ่งโรจน์หรือรุ่งริ่ง คุณภาพของการนำเสนอจะเป็นตัววัดครับ โปรดจำไว้ว่า “นำเสนอได้ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” เนื้อหาที่นำเสนอจะต้องไม่สั้นเกินไปหรือยาวเกินไปความยาวสัก 400-500 คำ กำลังสวยเลยครับ และจะต้องมีภาพถ่ายสินค้าที่ชัดเจนให้ลูกค้าได้ชมก่อนตัดสินใจด้วย
ขั้นที่ 3 : แล้วนำเว็บไปโฆษณา เช่นลงโฆษณาตามเว็บต่างๆ โดยเฉพาะลงกับ Google Adwords ผลตอบรับจะดีกว่าวิธีอื่นๆครับ ส่วนการลงโฆษณาด้วยการใช้ Banner(ป้ายโฆษณา)นั้นจะได้ผลก็ต่อเมื่อเว็บที่คุณลงโฆษณาด้วยเป็นเว็บที่มีเนื้อหาสัมพันธ์กับเว็บของคุณเอง หากเว็บที่คุณจะลงด้วยมีเนื้อหาคนละแนวกับเว็บของคุณผมแนะนำว่าอย่างลงโฆษณาให้เสียเงินฟรีเลยนะครับ
หรือทำSEO(ทำเว็บให้ติดใน Google) โฆษณาบน Face Book โดยใช้ Blog (มีรายละเอียดแนะนำในหัวข้อถัดไป)

หรือเลือกทางที่ง่ายกว่านั่นก็คือ…

Step1: ให้ทางเราทำเว็บไซต์ให้กับคุณ พร้อมกับลงข้อมูลสินค้า รายละเอียดและรูปภาพให้เสร็จพร้อมใช้งาน
Step2 : คุณจะได้รับเว็บที่เขียนเนื้อหาขึ้นมาอย่างสมบูรณ์พร้อมใช้งาน มีสินค้า 4 กลุ่ม ด้วยกันคือ กลุ่มที่ 1 สินค้าประเภทลดความอ้วน กลุ่มที่2 สินค้าสุขภาพ กลุ่มที่3 สินค้าเกี่ยวกับความงาม กลุ่มที่4 สินค้ากลุ่มสปา ซึ่งสินค้ามีประมาณ 30 กว่าชนิด เป็นสินค้าคุณภาพสูงนำเข้าจากอเมริกา (หากอยากดูรายละเอียดสินค้าและตัวอย่างเว็บไซต์ให้กรอก ขอรหัสผ่านสำหรับดูข้อมูล + เว็บตัวอย่าง + สินค้า + ทดลองเรียนรู้ระบบ )
Step3: เราจะสอนวิธีการโปรโมทเว็บ ว่าทำอย่างไรเว็บของคุณถึงจะเป็นที่รู้จักโดยเป็นการเรียนผ่านสื่อช่วยสอนออนไลน์ ที่คุณสามารถเรียนผ่านหน้าจอคอมที่บ้านของคุณได้เลย โดยจะเน้นการทำเว็บให้ติดอันดับใน Google เพราะเป็นวิธีที่เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างแม่นยำที่สุด

แล้วเว็บไซต์จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างไรบ้าง??

ผลตอบแทนทางที่ 1 กำไรจำหน่ายสินค้า
สมมติสินค้า A ราคาขายหน้าเว็บ 800 บาท ต้นทุน 500 บาท ลูกค้าสนใจสั่งซื้อสินในราคา 800 บาท และทำการชำระเงินโดยโอนเข้าบัญชีเจ้าของเว็บ(หมายถึงบัญชีของคุณเอง) ส่วนที่เป็นกำไร 300 บาท คุณรับแบบเต็มๆ
หลังจากได้รับเงินโอนจากลูกค้าแล้วให้คุณเช็คดูว่าสาขาจำหน่ายสินค้าอยู่ใกล้บ้านของคุณหรือเปล่า หากอยู่ใกล้บ้านสามารถซื้อสินค้าที่สาขาด้วยตนเองแล้วส่งสินค้าให้ลูกค้าได้เลย …แต่ถ้าหากไม่สะดวก สามารถฝากทางเราส่งสินค้าให้โดยโอน 500 บาทมายังเรา แล้วเราจะส่งสินค้า ไปยังลูกค้าของคุณ ดังนั้นระบบนี้ไม่จำเป็นต้องสต๊อกสินค้าครับ
อย่าดูถูกกำไรออเดอร์ละ 300 บาทนะครับ เพราะหากจำหน่ายได้วันละ 3-4 ออเดอร์ ก็สามารถสร้างรายได้จากการทำอาชีเสริม อาชีพอิสระในครั้งนี้ได้กว่าเดือนละมากกว่า 30,000 บาททีเดียว
ผลตอบแทนทางที่ 2 รายได้จาก การรับลงโฆษณาบนเว็บไซต์
ตัวอย่างโฆษณาที่น่าสนใจ
2.1. Google Adsense
2.2. Nipa AdPerClick
2.3. bumQ
2.4. แบ่งพื้นที่สำหรับติดป้าย Banner/Text Link ได้ตามความต้องการของคุณ
รายได้ส่วนนี้เป็นของแถมครับ ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่มากนักอาจได้รับเพิ่มอีกสัก 3,000-4,000 บาทต่อเดือน
เครดิต idea4rich.com
           datacatalog.org/

5 อาชีพทำเงิน น่าสนใจ

5 อาชีพน่าสนใจ ที่จะสร้างรายได้ให้คุณเป็นกอบเป็นกำ เป็นขุมทองที่น่าเมียงมองของมนุษย์เงินเดือน รับรองว่าอ่านจบคุณต้องอยากผละจอบเสียม วางมือจากงานที่ทำเงินแบบอัตคัด แล้วไปสั่งซื้อเครื่องมือขุดมากองไว้ตรงหน้าเลย

จากประสบการณ์การจัดหางานมานานกว่า 15 ปี บริษัท Adecco Thailand (www.adecco-asia.com/thailand) ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก ได้ทำการจัดอันดับอาชีพทำเงินล่าสุด โดยแบ่งตามสายอาชีพออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่


ขุม (ทรัพย์) ที่ 1 - การเงินและการบัญชี (Finance & Accounting )
อาชีพที่จัดอยู่ในประเภทนี้ ได้แก่ ผู้ตรวจสอบบัญชี (Auditor) นักวิเคราะห์การเงิน (Financial Analyst) พนักงานธนาคาร (Banking) นักบัญชี (Accountant) นักบัญชีต้นทุน (Cost Accountant) ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี (Tax Specialist) แต่ตำแหน่งที่ฮอตฮิตมีคนอยากจับจองเห็นจะเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี มีหน้าที่ดูตัวเลขทางบัญชีและเซ็นเอกสารรับรองการบัญชีของบริษัทต่างๆ

คุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับอาชีพเหล่านี้ คือ จบปริญญาตรี ในสาขาการบัญชีเป็นขั้นต่ำ เกรดเฉลี่ยมากกว่า 2.75 ขึ้นไป เพราะต้องมีความรู้ความสามารถทางบัญชีเป็นอย่างดี และมีความละเอียดรอบคอบสูง ส่วนด้านบุคลิกภาพ ต้องพูดจาฉะฉาน พูดนำเสนอหรืออธิบายได้ดี ที่สำคัญต้องมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ถ้ามีความรู้ด้านการเงินเข้ามาเพิ่มศักยภาพยิ่งได้เปรียบ เพราะบางครั้งต้องตรวจบัญชีตามสถาบันทางการเงินต่างๆ เช่น ธนาคาร

ข้อดี คือ สามารถประกอบอาชีพอิสระหรือมีธุรกิจส่วนตัวได้ ยิ่งถ้ามีใบ CPA (Certificate Public Account) จะสามารถเปิดสำนักงานตรวจสอบบัญชีของตัวเองได้ แต่ธรรมชาติของงานอาจไม่เหมาะกับคนขี้เบื่อเพราะใช้เวลาการทำงานในแต่ละครั้งนาน แถมดูเหมือนต้องคอยจับผิดคนอื่น ทั้งในแง่ของตัวเลขและข้อมูลทางธุรกิจ บางครั้งก็ไม่ได้รับความร่วมมือ

INCOME เริ่มต้นประมาณ 12,000-15,000 บาท ระยะเวลาการทำงาน 4 ปี สามารถปรับเงินเดือนขึ้นไปได้ถึง 5 หมื่นบาท แต่ถ้าทำงานในบริษัทที่เรียกว่าเป็น “BIG 4 ของเมืองไทย” ได้แก่ 1.บริษัท PricewaterhouseCoopers 2.บริษัท Ernst&Young 3.บริษัท Deloitte Touche Tohmatsu 4.KPMG International อัตราเงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 15,000 บาทขึ้นไป และมักได้รับความเชื่อมั่นว่า มีความสามารถสูง แถมอนาคตไกล ถ้ามีความสามารถและสอบได้ใบ CPA เร็วโอกาสก้าวหน้าก็เร็วขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ต้องมีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ เพราะบริษัท BIG 4 มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก

Note!!! ตำแหน่งเริ่มต้นคือ Junior-Auditor ระยะเวลาเลื่อนขั้นเป็นตำแหน่ง Semi-Auditor ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี และใช้เวลาเลื่อนขั้นไปตำแหน่ง Senior-Auditor ประมาณ 3 ปี จากตำแหน่ง Senior-Auditor ใช้เวลายาวนานมากกว่าจะเลื่อนขั้นเป็น Assistant Manager, Manager, Assistant Director และตำแหน่งสูงสุดคือ Partnerโดยเฉลี่ยแล้วจากตำแหน่ง Junior-Auditor ใช้เวลาเลื่อนขั้นไปตำแหน่ง Manager อาจใช้เวลาเกือบ 10 ปี


ขุม (ทรัพย์) ที่ 2 - การขายและการตลาด (Sale & Marketing)
อาชีพในสายนี้ ได้แก่ Sale Representative (Level 1), Sale Supervisor (Level 2), Sale Manager, Business Development,. Key Account Manager, Area Manager และ Trade Marketing Manager

คุณสมบัติพื้นฐานคือ จบปริญญาตรีหรือเทียบเท่า สาขาไหนก็ได้ แต่ต้องโดดเด่นด้านบุคลิกภาพ เช่น หน้าตาน่าเข้าหา น่าคุยด้วย ชวนให้ลูกค้าอยากซื้อของ เข้าใจตัวสินค้า ศึกษาและเข้าใจตลาดคู่แข่ง ชอบงานติดต่อผู้คน ไม่กลัวงานหนัก ทำงานภายใต้แรงกดดันได้ดี เพราะการทำงานด้านนี้มีคู่แข่งเยอะ

ที่สำคัญต้องแข่งกับตัวเอง อัพเดทคู่แข่งอยู่ตลอด ตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นทุกเดือนและต้องทำให้ได้ รวมทั้งต้องคิดแผนการขายไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม แต่ยังมีข้อดีคือ ได้รู้จักคนในวงกว้างตั้งแต่ระดับรากหญ้าจนถึงผู้บริหาร แม้สนามแข่งขันของธุรกิจจัดจำหน่ายมีการแข่งขันอย่างรุนแรง แต่ได้ประสบการณ์ทางด้าน Direct Sales ซึ่งไม่สามารถหาเรียนได้จากสถาบันไหน

INCOME เริ่มต้นประมาณ 10,000-12,000 บาท สำหรับนิสิตนักศึกษาจบใหม่ ถ้ารวมค่าคอมมิชชั่น ค่าน้ำมัน ฯลฯ รายได้ต่อเดือนรวมประมาณ 17,00-18,000 บาท สามารถเลื่อนขั้นได้เร็ว มีความก้าวหน้าสูง เพราะมีผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น สะสมแต้มจากยอดขาย เงินเดือนที่ได้มาขึ้นอยู่กับความพยายามของตัวเอง เพราะยิ่งขายสินค้าได้มาก ค่าตอบแทนหรือค่าคอมมิชชั่นก็มากขึ้นตามไปด้วย


ขุม (ทรัพย์) ที่ 3 - ที่ปรึกษาทางธุรกิจ (Business Consultant)
รู้จักกันในนามของ Human Resource Consultant และ Organizaion Developement งานหลักคือ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กร และคลุกคลีอยู่กับการบริหารคน รวมถึงจัดการเรื่องยากๆ เช่น สร้างวิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์ ตลอดจนจัดทำระบบวัดผล ปรับองค์กร และระบบงานบริหารทรัพยากรบุคคล

ยกตัวอย่างเช่น ถ้า 2 บริษัทจะทำธุรกิจร่วมกันจะต้องมีคนกลาง หรือ Third Party เข้ามาช่วยดูแลว่าจะทำอย่างไรให้บริษัทมีสถานภาพคงที่มากที่สุด ที่ปรึกษาทางธุรกิจก็จะรับบทบาทจัดการเรื่องนี้ไปด้วยกระบวนการที่กล่าวมาข้างต้น บางบริษัทเป็นองค์กรใหญ่และมีพนักงานมาก จะจ้างที่ปรึกษาทางธุรกิจเข้าไปดูแลโดยเฉพาะเลยก็ได้

ต้องจบปริญญาตรีเป็นอย่างต่ำ เน้นสาขาทรัพยากรบุคคล หรือบริหาร ที่สำคัญต้องสามารถติดต่อสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ชอบติดต่อผู้คน มีทักษะในการสื่อสารที่ดี ใฝ่หาความรู้ตลอดเวลา เช่น อัพเดทข้อมูลข่าวสาร รู้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และสามารถหาเครื่องมือมาใช้ในการพัฒนาองค์กรได้

INCOME บางองค์กรเริ่มต้นค่อนข้างสูงประมาณ 30,000-40,000 บาท แต่โดยเฉลี่ยแล้วเงินเดือนสำหรับนิสิตนักศึกษาจบใหม่หรือผู้ไม่มีประสบการณ์ ประมาณ 20,000 บาทขึ้นไป อาชีพนี้มีโอกาสก้าวหน้าสูง เพราะสามารถเป็นที่ปรึกษาได้หลายบริษัทในเวลาเดียวกัน เมื่อทำงานด้านนี้มาได้สักระยะจะมีคนรู้จักนับถือ มีชื่อเสียงมากขึ้น พัฒนาเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ หรือที่เรียกว่า Senior Consultant จนสามารถรับเป็นงานอิสระได้ แต่ต้องมีความรอบรู้ด้านธุรกิจและประสบการณ์สูงพอดี


ขุม (ทรัพย์) ที่ 4 - ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ (IT Consultant)
อาชีพที่จัดอยู่ในประเภทนี้ ได้แก่ IT Engineering, ERP Consultant, Application Specialist, Project Manager, Programmer, Network Engineering และ Softwear Design

คุณสมบัติ คือ ต้องจบปริญญาตรี ในสาขาคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นอย่างต่ำ มีความสนใจด้านคอมพิวเตอร์เป็นพิเศษ พร้อมที่จะแสวงหาความรู้ใหม่ๆ และฝึกฝนให้คล่องแคล่ว ภาพลักษณ์ของผู้ที่ทำอาชีพนี้มักเป็นคนทันสมัย เพราะรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ก่อนใคร แต่ก็มีข้อเสียคือ มีข้อจำกัดด้านอาชีพ เพราะโอกาสเปลี่ยนข้ามสายงานได้น้อย

Note!!! สายงานคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือช่วยทำธุรกิจ เขียนโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล วางระบบงานและเทคโนโลยีสารสนเทศ อาจเริ่มต้นจากการเป็นโปรแกรมเมอร์เขียน Application ทางธุรกิจ แล้วไต่เต้าเป็นนักวิเคราะห์ระบบ หรือเป็นที่ปรึกษาทางคอมพิวเตอร์

สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ต้องรอบรู้เรื่องเครือข่ายคอมพิวเตอร์และระบบการจัดการสารสนเทศ เหมาะที่จะเป็นนักวิเคราะห์และสร้างระบบจัดการข้อมูลภายในองค์กร

สายงานวิทยาการคอมพิวเตอร์ ต้องสามารถเขียนโปรแกรมและโครงสร้างข้อมูล เก่งด้านทฤษฎีการคำนวณซอฟต์แวร์ประเภทต่างๆ และระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อพัฒนาเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์

สายงานวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ควรมีความรู้ทางเทคนิคมาก ทั้งยังเขียนโปรแกรมและการออกแบบคอมพิวเตอร์ทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ได้ สามารถทำได้เกือบทุกอย่าง ทั้งเป็นโปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ระบบ หรือออกแบบชิพหรือคอมพิวเตอร์แบบใหม่

INCOME เริ่มต้นเฉลี่ย 40,000 บาทขึ้นไป แต่ต้องสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี สำหรับนิสิตนักศึกษาจบใหม่สามารถแยกได้เป็น
1.IT Programmer ตลาดแรงงานกว้าง เริ่มต้นประมาณ 15,000-20,000 บาท แต่ต้องมีความรู้ด้านฐานข้อมูลเป็นอย่างดี
2.IT System เงินเดือนมากกว่า IT Programmer ประมาณ 3,000-4,000 บาท แต่ต้องดูแลระบบคอมพิวเตอร์ได้ เข้าใจ Network รวมถึงมีความรู้พื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี ถ้าใครก็ตามที่เรียนจบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ขอบอกว่าได้เงินดีที่สุด ยิ่งมีความรู้เฉพาะทางเรื่องซอฟต์แวร์อย่าลึกซึ้งเงินเดือนยิ่งสูง


ขุม (ทรัพย์) ที่ 5 - การบริการ ( Service )
ขอระบุไปเลยว่า Air และ Steward ยังคงไม่ตกอันดับ

คุณสมบัติที่ต้องการคือ จบปริญญาตรีเป็นอย่างต่ำ สาขาไหนก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จบด้านอักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์ จะได้เปรียบ นอกจากนี้ต้องมีใจรักการบริการ บุคลิกและอัธยาศัยดี

ล่าสุดข้อมูลเพิ่มเติมด้านคุณสมบัติจากบริษัทการบินไทยคือ โสด สัญชาติไทย อายุ 20-26 ปี สูงไม่น้อยกว่า 160 เซนติเมตร น้ำหนักได้***ส่วนกับความสูง ว่ายน้ำได้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 50 เมตร และต้องมีท่าฟรีสไตล์ด้วย

สำหรับสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ต้องการผู้ที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน แต่สูงเพียง 156 เซนติเมตร ไม่จำเป็นต้องมีภาษาที่สามหรือว่ายน้ำไม่เป็น ก็สามารถเป็นได้

นอกจากนี้ยังต้องผ่านการสอบภาษาอังกฤษที่เรียกว่า “โทอิค” (TOEIC) ได้ไม่น้อยกว่า 600 หรือ “โทเฟล” (TOEFL) ได้คะแนนไม่น้อยกว่า 500 คะแนน (นอกจากสอบข้อเขียนแล้วยังต้องสอบเก็บคะแนนสนทนาภาษาอังกฤษด้วย) ซึ่งสองส่วนนี้สมัครสอบได้ที่สถาบันภาษาเอยูเอ ถนนวิทยุ หรือจะไปสอบไอเอลต์ส (IELTS) กับสถาบันบริติช เคาน์ซิลของอังกฤษก็ได้

INCOME เงินเดือนเริ่มต้นของสายการบินไทยเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท สำหรับสายการบินตะวันออกกลาง เช่น EMIRATES หรือ QATAR AIRWAYS อยู่ที่ 40,000-50,000 บาท รวมค่าเดินทางต่อเที่ยวบินเที่ยวละไม่ต่ำกว่า 60,000 บาท รวมแล้วรายได้ต่อเดือนเหยียบแสน ทั้งนี้แตกต่างกันไปตามสายการบินและรอบการเดินทางต่อเดือนว่าได้บินกี่ครั้ง แต่มีโอกาสเลื่อนขั้นน้อย เป็นได้เพียงหัวหน้าแอร์โอสเตสหรือเข้าไปรับผิดชอบงานในเที่ยวบินชั้น First Class เท่านั้น บางสายการบินแอร์โฮสเตสจะเกษียณอายุราว 40-60 ปี ดังนั้น การสมัครเข้าสายการบินไหนต้องสอบถามทางบริษัทก่อน

ถ้าทำเพื่อความสนุกแบบขุดทองไม่เกิน 5 ปี สามารถย้ายไปทำอาชีพเลขานุการ พนักงานขาย หรือพนักงานโรงแรมได้ เงินเดือนที่ได้มาอาจต้องแลกกับเวลาส่วนตัวที่เหลือน้อยลง จนถึงปัญหาเรื่องสุขภาพ เพราะเวลาพักผ่อนไม่ปกติ ทั้งยังเป็นอาชีพที่ไม่มั่นคง ถ้าทำหลายปีแล้วเลิกอาจไม่มีอาชีพที่เหมาะสมรองรับ เพราะเงินเดือนน้อยกว่าเดิมมากจนถึงขั้นทำใจไม่ได้

จาก...คอลัมน์ Career Focus

7 อาชีพเสริมทำรายได้ที่บ้าน

หลังจากที่เราได้เห็น และได้รู้ว่า ทำไมต้องทำอาชีพเสริมไปแล้ว จากบทความในครั้งก่อนๆ ซึ่งทำให้เราได้เห็นว่า ในต่างประเทศนั้น การทำอาชีพเสริม เป็นเรื่อง
ปกติ ที่ใครๆ ก็ทำกัน เพราะยังไง การทำเงินหลายทาง ก็ดีกว่า การทำเงินได้ทางเดียว
มีหลายกระเป๋า ก็ดีกว่า มีเพียงกระเป๋าเดียว รวมถึง การหาเงินเพิ่ม ยังไงก็เป็นทางเลือก ที่เหมาะสมกว่า การประหยัดอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม หลายต่อหลายคนก็มองว่า เราออกไปข้างนอก ไปทำงานในที่ทำงาน ตั้งสัปดาห์ละ 5-6 วันแล้ว แค่นี้ก็ ค่อนข้างที่จะเหนื่อยแล้วนะ
รายได้เพิ่ม จากอาชีพเสริม ก็อยากจะได้อยู่หรอก แต่ว่าขออยู่บ้านกับครอบครัว ซักสัปดาห์ละ 1-2 วัน จะไม่ได้เลยหรอ นี่เป็นหลายๆ email ที่ส่งเข้ามาถามเรา ว่าน่าจะแนะนำ อาชีพเสริม ที่สามารถทำได้ที่บ้าน เค้าจะได้ ได้รายได้เพิ่ม แล้วยังได้อยู่กับครอบครัว ทั้งเวลาเย็นที่รีบกลับบ้าน มาทำอาชีพเสริมที่บ้าน และในวันหยุดอีกด้วย
ทางเราก็ได้ ทำการค้นหาข้อมูล และรวบรวม อาชีพเสริมทำที่บ้าน ที่น่าสนใจ และทำให้ครอบครัวอบอุ่นขึ้น ไม่ต้องออกไป ทำงานข้างนอก ในวันหยุด และยังได้ รายได้เพิ่ม ตรงตามจุดประสงค์ ที่ต้องการจะได้ รายได้เพิ่ม แต่ไม่ต้องเสียเวลาที่ใช้ กับครอบครัว

7 อาชีพเสริมทำที่บ้าน

อาชีพเสริม ที่จะนำเสนอ 7 อาชีพนี้ จะแบ่งเป็น 2 ประเภท โดย 3 อาชีพแรก เป็นอาชีพเสริม ที่ง่ายๆ ทุกคนทำได้ ไม่จำเป็นต้อง มีความรู้ ความเชี่ยวชาญมาก่อน เริ่มต้นได้ง่าย ใครๆ ก็ทำได้ ส่วน 4 อาชีพหลังนั้น เป็นอาชีพเสริม ที่จำเป็นต้องใช้ ความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ในบางด้าน ซึ่งอาจจะรวมถึง การใช้ Computer การใช้ภาษาอังกฤษ การขีดๆ เขียนๆ และการถ่ายรูป
1. งานฝีมือ
อาชีพเสริม ที่สามารถเริ่มต้นได้ที่บ้าน สุดแสนจะ Classic คือ การทำงานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เย็บปักถักร้อย ทำสร้อยลูกปัด หล่อเทียนหอม และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นอาชีพเสริม ที่ง่ายๆ มีคนสอนทำอีกต่างหาก ถ้าหากว่าคุณทำไม่เป็น และมีการรับซื้อทุกชิ้น ที่คุณทำได้สำเร็จ
เป็นอาชีพเสริม แบบทำที่บ้าน ที่น่าสนใจมาก เพราะแทบไม่ต้องลงทุน เพียงแค่ลงเวลา ลงแรง แถมปราศจากความเสี่ยง อีกต่างหาก ซึ่งทำรายได้เพิ่ม ให้กับเราได้ หลายพันบาท ต่อเดือน อย่างสบายๆ
2. เก็บขวด กระดาษ หรือของเก่าที่บ้านมาขาย
อาชีพเสริม ที่บางคนมองว่า ไม่น่าพิสมัย นั่นคือ การเก็บของที่เหลือใช้ หรือของที่ต้องทิ้งแล้ว เช่น ขวด กระดาษ หรือของเก่าที่มีอยู่ในบ้านมาขาย เป็นสิ่งที่สามารถ ทำรายได้ให้กับเรา โดยที่เราไม่ต้องลงทุน ลงแรงอะไรเลย เพราะว่ามันก็เป็นสิ่งที่เรา ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จากมันอยู่แล้ว หรือบางครั้งจะต้องทิ้งมันลงขยะ ไปฟรีๆ ด้วยซ้ำ การนำมันมาขาย จะช่วยให้เรา มีรายได้กลับมา อย่างน้อยๆ เดือนละ 300-500 บาท เลยทีเดียว
3. รับพิมพ์งาน หรือคีย์ข้อมูล
นี่เป็น อาชีพเสริม ที่ทำที่บ้านได้ แบบสุดท้ายสำหรับ ประเภท ไม่ต้องการความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง นั่นคือ การรับพิมพ์งาน หรือคีย์ข้อมูล ซึ่งเหมาะสำหรับ คนที่พิมพ์เอกสาร ได้อย่างคล่องแคล่ว ว่องไว ซึ่งปกติแล้ว การพิมพ์งาน จะมีค่าแรงอยู่ที่ หน้าละ 13-15 บาท ส่วนการคีย์ข้อมูลนั้น จะมีค่าแรงอยู่ที่ แผ่นละ 3-5 บาท รวมๆ แล้ว ถ้าทำอย่างเต็มที่ เดือนๆ หนึ่ง น่าจะทำได้ถึง 4,000-5,000 บาท ได้โดยไม่ยาก
4. รับงานจาก Website ที่ชื่อ elance.com

อาชีพเสริมที่ทำที่บ้าน โดยที่ใช้ความรู้ ความสามารถเฉพาะทาง แบบแรกที่จะนำเสนอ คือ การรับงานจาก elance.com ซึ่งเป็น Website ที่นายจ้าง กับ Freelance มาเจอกัน โดยงานที่มีการจ้าง ผ่าน elance.com จะมีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น การเขียน Programme การทำ Application บนมือถือ การแปลเอกสาร การออกแบบ วาดเขียนต่างๆ เขียนแผนธุรกจ เขียนแผนการตลาด หรืองานเอกสารอื่นๆ ก็มี รายได้ที่เกิดขึ้น ก็แล้วแต่ การตกลงกับนายจ้าง
5. เขียนบทความตามที่ Website ชื่อ ehow.com ต้องการ
หลังจากที่เราได้รู้เรื่องราวของ elance.com ไปแล้ว ซึ่งบางทีเราอาจจะแค่ มีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษ แต่ไม่สามรถ ทำในสิ่งที่นายจ้างใน elance.com ต้องการ แต่เราอาจจะมีความรู้ เรื่องการออกกำลังกาย การลดน้ำหนัก การตกแต่งบ้าน การทำอาหาร หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ Lifestyle อื่นๆ ทางเลือกที่จะเขียนบทความ ตามที่ ehow.com ต้องการ ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนัก โดยเราจะได้ค่าตอบแทน ในการเขียนบทความอยู่ที่ 450-900 บาท ต่อ 1 บทความ ซึ่งก็เป็นตัวเลข ที่ไม่น้อยเลย
6. เขียน Blog หรือเขียน Review สินค้า
ถ้าคุณเป็นคนนึง ที่ชื่นชอบการเขียน Diary การเขียน Blog อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี ในการทำเงินให้กับคุณได้ คุณอาจจะมีการแนะนำสินค้า ที่คุณเคยใช้ ผ่านทาง Blog และทำเป็น Affiliated Marketing ไปในตัว ซึ่งก็เป็นการทำในสิ่งที่คุณชื่นชอบ และยังได้เงินอีกต่างหาก
7. รับถ่ายรูปติดบัตร
อาชีพเสริมทำที่บ้าน ตัวสุดท้ายที่เราจะแนะนำ คือ การรับถ่ายรูปติดบัตร จะเห็นได้ว่า ถ้าไปถ่ายรูป 1  หรือ 2 นิ้ว เพื่อนำไปติดบัตร หรือสมัครงาน จะต้องเสียเงินครั้งละ มากกว่า 120 บาท ซึ่งจริงๆ แล้วค่าอัดรูป อาจจะไม่ถึง 10 บาท เลยด้วยซ้ำ หากคุณเป็นคนนึงที่ชื่นชอบ การถ่ายรูป และมีกล้อง SLR อยู่ที่บ้าน ทำไมถึงไม่ลอง รับถ่ายรูปติดบัตรดูล่ะ อาจจะคิดโหลดละ 60 บาท ก็ได้ แค่นี้คนแถวบ้าน ก็จะมาถ่ายรูปกับคุณมากมาย อย่างแน่นอน

10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ

พบกับ 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ ทำเงินได้ดี เริ่มต้นง่าย และมีความเหมาะสม ในยุคปัจจุบัน
อาชีพเสริมที่น่าสนใจ เป็นแบบไหน
หลังจากที่เราได้รู้เหตุผลแล้ว ว่าทำไมคุณต้องหา
อาชีพเสริมทำ หรือว่าหาอะไรทำเพิ่มไปแล้ว รวมไปถึง ปัจจัยที่ใช้ในการเลือก อาชีพเสริม ที่เหมาะสมกับตัวคุณไปแล้ว แต่ถ้าตอนนี้ คุณยังคิดไม่ออก ว่าจะทำอาชีพเสริมอะไรดี หรือ อาชีพเสริมที่น่าสนใจ เป็นแบบไหน
เรามีคำแนะนำให้กับคุณว่า 10 อาชีพเสริม ที่มาแรงในปัจจุบัน และสร้างรายได้ ได้อย่างจริงจัง ทำเงินได้ดี มีความเหมาะสม กับยุคปัจจุบัน ซึ่งอาจจะให้ไอเดีย หรือแรงบันดาลใจ ในการเลือกอาชีพเสริมของคุณ

10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ ในปัจจุบัน

มีอาชีพเสริมหลายอาชีพมากมาย ที่หลายต่อหลายคนให้ความสนใจ หรือบางคนก็อาจจะลองได้ทำอาชีพเสริมเหล่านี้แล้ว ซึ่ง 10 อาชีพเสริม ที่นำเสนอในบทความนี้ จะให้ภาพกว้างๆ ของการหาอาชีพเสริมทำ
ซึ่งแบ่งเป็น 3 แบบใหญ่ๆ นั่นคือ อาชีพเสริม ที่อยู่ในรูปของการใช้ทักษะเฉพาะตัว อาชีพเสริม ที่เกี่ยวข้องกับการขาย และอาชีพเสริม ที่มีคนพร้อมจะถ่ายทอดวิธีการทำให้ โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะใดๆ มาก่อน
1. สอนพิเศษ
ถ้าวันนี้คุณมีฝีไม้ลายมือ ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ ในวิชาที่สำคัญๆ เช่น ภาษาอังกฤษ หรือคณิตศาสตร์ การสอนพิเศษก็ดูจะเป็น อาชีพเสริมที่เหมาะกับคุณ เป็นอย่างมาก เพราะมันไม่ต้องใช้ลงทุนแม้แต่น้อย เพียงแค่ใช้ความรู้ และทักษะที่คุณมีอยู่แล้ว ในปัจจุบัน อาชีพ Tutor อาจจะลามมาถึง การสอนพิเศษ ในระดับมหาวิทยาลัยแล้วด้วย ซึ่งให้รายได้ที่มากกว่า อาจจะได้ถึง ชั่วโมงละ 500-1,000 บาท เลยทีเดียว
2. เล่นดนตรีตามสถานบันเทิง
หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่รักในเสียงดนตรี และมีเสียงร้องที่ดี หรือเล่นกีตาร์เก่ง คุณก็สามารถฟอร์มวงดนตรีของตัวเอง และไปเล่นตาม ร้านนั่งชิวต่างๆ หรือแม้แต่ผับก็ตาม รายได้ก็ค่อนข้างจะดี และยิ่งคุณรักในเสียงดนตรีแล้ว คุณยิ่งจะมีความสุขกับ อาชีพเสริมนี้ อย่างแน่นอน และรายได้ที่เกิดขึ้น ในแต่ละคืน ก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ แต่อย่างใด ในเวลาเพียง ชั่วโมงครึ่ง วงของคุณ อาจจะได้สตางค์ถึง 2,000 บาท ซึ่งทำให้ตกแล้ว คืนๆ หนึ่ง คุณอาจจะ สร้างรายได้ถึง 3,000 บาท ได้อย่างสบายๆ
3. ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
นี่เป็นอีกหนึ่ง อาชีพเสริม ที่คนทำงานรุ่นใหม่ นิยมเป็นอย่างมาก เพราะเพียงแค่คุณ มีเงินทุน บวกกับทักษะ ในด้านการลงทุน แค่นี้คุณก็สามารถทำเงินจาก การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ หรือแม้แต่ลงทุน ซื้อกองทุนรวมก็ยังได้ แต่อาชีพเสริมนี้ จะอันตรายมาก หากว่า คุณไม่มีความรู้ความเข้าใจ เพียงพอที่จะลงทุน และดูแลตัวเอง ให้อยู่รอดได้ โดยไม่เจ๊งไปซะก่อน อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าการลงทุน ถ้าคุณไม่มีคุณเงินทุนแล้ว อาชีพเสริมตัวนี้ คงจะเป็นไปไม่ได้ ที่จะเริ่มต้นเลย
4. รับแปลงาน

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่ง ที่เชี่ยวชาญเรื่องภาษาต่างประเทศ แต่คุณไม่ชอบ ที่จะสอน หรือถ่ายทอดความรู้ ให้กับผู้อื่น เพราะคุณอาจจะคิดว่า คุณเป็นคนที่พูดไม่เก่ง หรือไม่สนุก กับการพบปะผู้คน ซักเท่าไหร่ ทางเลือกที่เหมาะกับคุณนั้น คุณอาจจะเลือกอาชีพเสริม รับแปลงาน หรือจะเรียกว่า นักแปล ก็ได้ เพราะคุณก็ไม่ต้องคุยกับใคร แค่อยู่กับ Computer พิมพ์งานอย่างเดียว ซึ่งรายได้ก็ค่อนข้างมากเลยทีเดียว หน้าหนึ่ง อาจจะได้ 300-500 บาท เลยทีเดียว เดือนๆ หนึ่ง อาจจะมีรายได้เพิ่มขึ้น หลักหมื่น ได้อย่าง สบายๆ
5. ขายของผ่าน Facebook
อาชีพเสริม ประเภทนี้ เป็นแบบงานขาย แบบแรก ที่จะถูกนำเสนอ นั่นคือ การขายของผ่าน Facebook หรือ Website อื่นๆ รูปแบบนี้ เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ในปัจจุบัน ด้วยความที่ เริ่มต้นได้ง่าย แม้จะยากหน่อยในการ Promote แต่ทุนก็ไม่จม เพราะว่า สินค้าที่ขายใน Website นั้น รับเงินสด และสามารถเลือกที่จะ Pre-Order ได้อีกต่างหาก เพราะฉะนั้น มันไม่มีความจำเป็นที่ต้อง ไปซื้อสินค้ามา Stock ไว้มากๆ แต่อาจจะเจอความยุ่งยาก ก็เพียงแค่ การส่งสินค้า ไปให้กับลูกค้านั่นเอง
6. ขายเสื้อผ้าในวันหยุด
อีกอาชีพเสริมหนึ่ง ที่อาจจะลดความนิยมลง เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อก่อน แต่ก็ยังมีคนให้ความสนใจ และเข้าๆ ออกๆ กับการทำอาชีพเสริมนี้เสมอ คือ การขายเสื้อผ้า หรือสินค้าอื่นๆ ในวันหยุด อาชีพเสริมนี้ อาจจะต้องใช้เงินลงทุน มากกว่ารูปแบบอื่นๆ เพราะต้องจมไปกับ หน้าร้าน และ Stock สินค้า ของร้านคุณ แต่ถ้าคุณตั้งใจกับมัน และเลือกสินค้ามาขาย ได้ตรงใจคนซื้อ คุณอาจจะพัฒนา อาชีพเสริมนี้ ให้กลายเป็น ธุรกิจ ได้เลยทีเดียว
7. ขายประกัน
หลายต่อหลายคน อาจจะมองว่า อาชีพเสริม ชนิดนี้ ค่อนข้างจะน่ากลัว สำหรับคนรอบข้าง เพราะว่าต้องไปตื้อ ไปง๊อ ให้เพื่อนๆ หรือญาติของเรา มาซื้อประกันกับเรา แต่สำหรับในปัจจุบัน ที่การซื้อประกันนั้น คนทำงานทั่วไปมองว่า เป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง แถมยังสามารถหักลดหย่อนภาษี ได้อีกต่างหาก เพราะฉะนั้น หากเพื่อนๆ ญาติๆ ที่เป็นคนทำงานของคุณ สามารถเลือกได้แล้ว แทนที่จะจ่ายเงินให้กับคนอื่นๆ เพราะยังไงเสีย เค้าก็ต้องซื้อประกันอยู่แล้ว เปลี่ยนมาจ่ายให้กับคุณ ก็คงจะดีกว่าอย่างแน่นอน เพราะสนับสนุนเพื่อนฝูงได้ด้วย
8. ขายบัตรเครดิต หรือบัตรเงินสด
คงจะปฏิเสธได้ยากว่า บัตรเครดิต หรือบัตรเงินสด มีความจำเป็น กับชีวิตประจำวัน ของคนทำงาน ในระดับหนึ่ง เพราะถ้าเราไปซื้อของ ซื้อสินค้า ที่มีราคาเป็นหมื่น เป็นแสน มันคงไม่สะดวก ถ้าต้องพกเงินสดมหาศาล ไปซื้อสินค้า เสี่ยงกับการถูกปล้น หรือทำงานตกหายอีกต่างหาก อาชีพขายบัตรเครดิต จึงเกิดขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับคนที่อยากจะสมัครบัตรเครดิต โดยหากมีคนสมัครบัตรเครดิตกับคุณใบหนึ่ง อาจจะได้รายได้ใบละ 300-1,000 บาท เลยทีเดียว
9. ทำงานฝีมือ
อาชีพเสริม อีกแบบหนึ่ง คือ มีคนสอนให้คุณทำ ว่าคุณทำยังไง ซึ่งอาชีพเสริมแรก ในรูปแบบนี้ ที่เราจะนำเสนอ คือ การทำงานฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นการเย็บปักถักร้อย หรืองานฝีมืออื่นๆ แม้ว่าจะเหมาะกับผู้หญิงมากกว่า แต่ถ้าคุณผู้ชายอยากจะลองทำดู ก็ไม่ต้องเคอะเขิน สามารถลองได้เลย เพราะว่ามีคนพร้อมจะสอน และป้อน Order ให้คุณด้วย
10. ทำธุรกิจ MLM
อาชีพเสริมที่น่าสนใจ อย่างสุดท้าย คือ การทำธุรกิจ MLM ซึ่งก็เป็นแบบที่มีคนสอนเช่นเดียวกัน  หลายต่อหลายคนอาจจะมีทัศนคติที่ไม่ดี กับการทำธุรกิจ MLM หรือธุรกิจเครือข่าย เพราะเคยเจอเพื่อนมาตื๊อ ง๊อ ขอ หรือขายสินค้าให้กับคุณ แต่ถ้าคุณเข้ามาศึกษาธุรกิจนี้ให้ดี อาจจะเห็นความสวยงามของธุรกิจ และพบว่า ที่เคยเจอนั้น อาจจะไม่ใช่ พวกมืออาชีพ หลายต่อหลายครั้ง ก็จะเห็นได้ว่า รูปแบบการนำเสนอ จะเน้นไปที่การทำเครือข่ายสีขาวมากกว่า นั่นคือ ทำแล้วต้องไม่เสียเพื่อน เพราะว่าถ้าทำ MLM แล้วรวย แต่สุดท้ายไม่เหลือใคร คงจะไม่ดีอย่างแน่นอน
เครดิต shoplri.com

Top